จะซื้อเครื่องฟอกอากาศต้องเลือกจากอะไรบ้าง

แต่ขณะเดียวกันยังไม่เห็นมาตรการจากภาครัฐที่โปรยลงมาช่วยประชาชนเท่าที่ควร เราจึงเห็นภาพประชาชนออกมาสวมใส่หน้ากากอนามัยกันเต็มท้องถนน เพื่อป้องกันการสูดดมมลพิษทางอากาศ นี่คือการป้องกันตัวเองเบื้องต้น นับเป็นแนวทางที่ดีที่มีการตื่นตัว โดยหน้ากากอนามัยแต่ละรูปแบบมีคุณสมบัติที่ต่างกัน 

นอกจากนี้อีกสิ่งที่หลายคนมองหาเพื่อเป็นตัวช่วยลดฝุ่นละอองนี้ ก็คือ เครื่องฟอกอากาศ โดยเฉพาะช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นเข้าขั้นวิกฤติทีไร ยอดขายเครื่องฟอกอากาศจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น เห็นได้จากจากการสำรวจของเว็บไซต์เปรียบเทียบราคา "ไพรซ์ซ่า" (Priceza) ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2562 ที่เกิดสถานการณ์ฝุ่นละออง มีการซื้อขายเครื่องฟอกอากาศสูงถึงราว 30,000 เครื่องต่อเดือน คิดเป็น 400% เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนจะเกิดวิกฤติฝุ่น แต่ก็เกิดคำถามขึ้นว่า จริงๆ แล้ว ถ้าจะซื้อเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง เราต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น และสรุปออกมาเป็น 5 เทคนิคเลือกและใช้ "เครื่องฟอกอากาศ" สู้ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ปัจจุบันหลากหลายแบรนด์ออกผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศมาจำนวนมาก มีการนำฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาเสริมจุดเด่นให้แบรนด์ คราวนี้ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะเลือกเครื่องฟอกอากาศจากคุณสมบัติอะไรบ้าง ได้สรุปไว้ 5 เทคนิคหลักๆ ดังนี้

1. ดูจากความละเอียดฟิลเตอร์ หรือไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศ

ฟิลเตอร์หรือไส้กรองอากาศ นับเป็นหัวใจของเครื่องฟอกอากาศเลยก็ว่าได้ ซึ่งฟิลเตอร์ที่แนะนำสำหรับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ก็คือ 3M เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นสูง แม้จะมีฟิลเตอร์ที่มีมาตรฐานสูงกว่าอย่าง ULPA แต่ผู้ประกอบการไม่ค่อยเลือกนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพราะสำหรับผู้บริโภคแค่ 3M ก็เพียงพอแล้ว เพราะสามารถดักจับแบคทีเรียและเกษรดอกไม้ ที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ได้โดยไม่ต้องใช้นวัตกรรมอื่นๆ รวมถึงในตลาดก็มีการผลิตเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ฟิลเตอร์ต่ำกว่าอย่าง HEPA ด้วย โดยตั้งราคาไว้ใกล้เคียงกับ 3M แต่ยังไม่มีฟิลเตอร์ประเภทใดที่สามารถกรองแบคทีเรียได้เลย

2. ดูจากขนาดห้อง

ต้องบอกก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศแต่ละเครื่องเหมาะกับขนาดห้องที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจำเป็นต้องรู้ขนาดห้องก่อนที่จะเลือกซื้อ โดยสูตรการคำนวณง่ายๆ คือ ความกว้างของห้อง x ความยาวของห้อง เช่น ห้องนอนกว้าง 4 เมตร และยาว 4 เมตร = ขนาดห้องคร่าวๆ 16 ตารางเมตร แต่ไม่รวมถึงห้อง 2 ชั้น แบบ Double Volumn จะต้องมีการคำนวณพื้นที่เพิ่มไปอีก เมื่อเราเลือกขนาดเครื่องได้แล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการสังเกตค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรืออัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศ หมายความว่าค่านี้จะบอกปริมาณอากาศที่ฟอกแล้ว ไม่ใช่อากาศที่ผ่านเข้าไปโดยยังไม่ได้ฟอก ซึ่งเครื่องจะอ่านค่าออกมาเป็นหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ก็จะทำให้เราสามารถเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศได้ง่ายขึ้น โดยใช้ค่าปริมาณอากาศที่ฟอกได้ต่อชั่วโมง เปรียบเทียบกับราคา ทั้งนี้หากในบ้านมีการแบ่งห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กและกระจายตามโซนต่างๆ ดูจะเป็นทางออกที่ดี แต่หากเป็นคอนโดมิเนียม มีเพียงเครื่องเดียวก็เพียงพอ และวางไว้ในห้องที่มีพื้นที่มากที่สุด และถ้าเป็นห้องที่มีการเปิดและปิดบ่อยๆ เช่น ร้านกาแฟ เป็นต้น ควรใช้เครื่องที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น

3. ดูเรื่องของการเปลี่ยนฟิลเตอร์ในอนาคต

สิ่งสำคัญ เมื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศมาแล้ว หากใช้ไปสักพัก ฟิลเตอร์ที่เก็บและดักฝุ่นมานาน อาจหมดประสิทธิภาพ หากไม่เปลี่ยน เครื่องฟอกอากาศอาจกลายเป็นพัดลมตัวหนึ่งที่ปล่อยลมออกมาเท่านั้น แต่ไม่สามารถฟอกอากาศได้ ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องกังวลไป เพราะเครื่องฟอกอากาศหลายรุ่นมักจะมีตัวจับเวลาเปิด-ปิดเครื่อง เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รู้ว่าควรจะเปลี่ยนฟิลเตอร์เมื่อใด

4. ดูฟังก์ชั่นเสริมในการฆ่าเชื้อโรค

แน่นอนว่าด้วยสถานการณ์ฝุ่นละอองที่รุนแรงมากขึ้น และเกิดขึ้นต่อเนื่อง และแต่ละครั้งก็กินระยะเวลายาวนาน ส่งผลต่อสุขภาพของหลายๆ คน ทำให้ตลาดเครื่องฟอกอากาศเกิดการแข่งขันสูง ดังนั้นผู้ประกอบการแบรนด์ต่างๆ  ก็หาฟังก์ชั่นเสริมเข้ามาเติมแต่งเครื่องฟอกอากาศของแบรนด์ตัวเองให้โดดเด่น เพื่อจูงใจลูกค้าให้เลือกซื้อ เช่น การนำไอออนมากำจัดเชื้อโรค หรือการเพิ่มฟิลเตอร์คาร์บอนเพื่อดูดซับกลิ่น รวมถึงการใช้ประจุไฟฟ้า ไทเทเนียม หรือแสงอัลตราไวโอเลท เป็นต้น แต่ก็มีข้อระมัดระวังสำหรับบางฟังก์ชั่น เช่น การนำโอโซนเข้ามาใช้ฆ่าเชื้อโรค แต่ไม่เหมาะที่จะเปิดเป็นเวลานาน เพราะจะส่งผลต่อเซลล์ในร่างกาย

5. ดูฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆ

เกณฑ์การพิจารณาอื่นๆ เช่น อัตราการกินไฟ  หรือความเงียบของเครื่องขณะทำงาน รวมถึงการบริการหลังการขาย ศูนย์ให้บริการต่างๆ เป็นต้น

5 เหตุผลหลักๆ ในการเลือกซื้อก็จะมีหลักเกณฑ์ประมาณนี้ หากคุณสนใจสามารถเลือกดูคุณสมบัติและรายละเอียดเครื่องฟอกอากาศของเราได้จาก yes Catalog Product yes ได้เลยนะคะ (จิ้มที่มือได้เลยค่ะ)

heart สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-731-0330 หรือ 086-330-8133 heart

 

ด้วยรักและห่วงใย NIG AIRCLEANER