ฟอกอากาศดีอย่างไร ในยุคที่มีแต่มลพิษ

วันนี้ "NIG AIRCLEANER" จะพาทุกคนไปรู้จักกันว่า เครื่องฟอกอากาศคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง แล้วมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจนำมาเป็นผู้ช่วยในบ้านของคุณกันนะคะ

เครื่องฟอกอากาศ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่มีอยู่ในอากาศ เช่น เชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่าง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอับที่อยู่ภายในบ้านให้หายไป โดยหลักการทำงานของเครื่องจะเป็นการดูดอากาศเหล่านี้เข้าไปในเครื่องผ่านตัวกรองเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอม แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน ซึ่งปกติแล้วระบบแผ่นฟอกอากาศจะมีอยู่ในเครื่องปรับอากาศ แต่สำหรับในเครื่องฟอกอากาศนั้น มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วยสภาวะของประเทศไทยในปัจจุบัน มีทั้งมลพิษที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม ตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ รวมไปจนถึงการปล่อยไอควันเสียจากรถที่ใช้น้ำมันบนท้องถนน อีกทั้งยังมีไรฝุ่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อราต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบ้าน ที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กันมาก กระทบกับคุณภาพการใช้ชีวิต เจ็บป่วยง่าย ไม่แข็งแรง จากการหายใจเอาอากาศที่ไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย สะสมจนกลายเป็นแหล่งสะสมก่อให้เกิดโรค

และในเมื่อเครื่องฟอกอากาศสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่มีอยู่ในอากาศ รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งราคาก็เป็นราคาที่ไม่สูงมาก หาซื้อได้ง่าย เมื่อแลกกับสุขภาพของคุณ ซึ่งแน่นอนว่าใครก็ยินดีที่จะแลก เพราะถึงปม้หากมีเงินทองมากมายเพียงใด แต่มีโรคภัยเบียดเบียน ก็ขาดโอกาสที่จะใช้ได้อย่างเต็มที่อยู่ดี เพราะฉะนั้นเครื่องฟอกอากาศก็มีความจำเป็นกับบ้านเราอยู่ดีนั่นเอง

ประโยชน์หลัก ๆ ของเครื่องก็คือการฟอกอากาศในบ้าน ที่มีทั้ง ฝุ่นละออง ความชื้น เชื้อโรค ไรฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับอากาศ และเราไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ ทั้งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกรองอากาศให้บริสุทธิ์ 100% ได้ก็ตาม แต่ก็กลายเป็นอากาศที่เหมาะสมกับสุขภาพของเรา กว่าอากาศที่มาจากมลภาวะข้างนอกค่ะ

โดยตัวเครื่องบางรุ่นสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าฝุ่นละอองที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังอยู่ในขณะนี้ อย่างเจ้าฝุ่นละออง PM2.5 หรือขนาด 2.5 ไมครอน ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหากว่าฝุ่นละอองเหล่านี้เล็ดลอดเข้าสู่ปอด จะส่งผลเสียกับร่างกายในระยะยาว

ถ้าจะให้กล่าวโดยภาพรวมแล้ว เครื่องฟอกอากาศ มีประโยชน์กับผู้ใช้ดังต่อไปนี้

1.ผู้ที่เป็นภูมิแพ้
2.ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ
3.ผู้ที่ต้องใช้ชีวิตประจำวันคลุกคลีอยู่กับฝุ่นละอองเสมอ
4.ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น เชื้อโรคสามารถแพ่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่สถานที่ ที่คับแคบมีการอาศัยรวมกันมาก โดยไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะเป็นภาหะของโรค มาสู่คนอื่น ๆ เช่น สถานที่ ที่ต้องอยู่กับแอร์ทั้งวัน ไม่มีการดูแลเรื่องของการระบายอากาศ

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ?

1.ขนาดห้อง
การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ควรดูในเรื่องความเหมาะสมของพื้นที่ห้องด้วย เพราะเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศต่างกัน เช่น การซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก แต่นำไปวางไว้ในห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เครื่องมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ และหากซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ แต่นำไปวางไว้ในห้องที่มีพื้นที่ขนาดเล็กก็จะทำให้เปลืองไฟ

2.ราคา
ไม่ใช่เพียงการสำรวจเพียงราคาของเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น แต่ควรจะศึกษาถึงราคาของตัวกรองหรือไส้กรองเครื่องฟอกอากาศด้วย เพราะเครื่องฟอกอากาศทุกชนิดจำเป็นจะต้องเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นควรศึกษาราคาของแผ่นกรองและการบำรุงรักษาในส่วนอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย

3.ระบบการทำงาน
เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ คือดูก่อนว่าระบบการทำงาน และคุณสมบัติตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือไม่ ทั้งนี้รวมไปถึงฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ, ตัวระบุการเปลี่ยนแผ่นกรอง, ตัวควบคุมความเร็ว และรีโมตสั่งการ สิ่งพวกนี้ถือเป็นคุณสมบัติที่ควรนำมาพิจารณาก่อนเลือกซื้อ

4.ค่า Airflow
ค่า Airflow หรือตัววัดความเร็วลม จากปริมาณของอากาศที่ถูกดูดเข้าไปและเวลาในการปล่อยอากาศออกมาจากเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งถ้าหากว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นนั้น มีค่า Airflow สูง ก็หมายถึง เครื่องฟอกอากาศรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศสูงนั่นเอง

5.ค่า CADR
ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรืออัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ต่อนาที ซึ่งเป็นค่าสากลที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ถ้ามีค่า CADR สูง หมายถึงว่าเครื่องฟอกอากาศมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นเท่านั้น

6.ระดับเสียง
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเครื่องฟอกอากาศที่ดีควรมีระดับเสียงการทำงานที่ต่ำ เพื่อป้องกันการรบกวนขณะพักผ่อน ซึ่งระดับเสียงที่มีความเหมาะสมไม่ควรเกิน 30-31 เดซิเบล

7.การประหยัดไฟ
หากจะบอกว่าเครื่องฟอกอากาศกินไฟหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับแผ่นกรอง ซึ่งถ้าหากว่าแผ่นกรองมีความหนาแน่นมาก อากาศผ่านได้น้อย จะทำให้เครื่องฟอกอากาศทำงานหนักและกินไฟมาก เพราะฉะนั้นควรเลือกเครื่องกรองอากาศที่อากาศสามารถไหลผ่านได้ดี นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบค่าไฟจากฉลากประหยัดไฟเบอร์5 เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจอีกที

ข้อดีของเครื่องฟอกอากาศ

1.ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ที่เกิดจากไรฝุ่น ฝุ่นละออง เกสร และขนสัตว์

2.ลดการเติบโตและกำจัดแบคทีเรีย เชื้อโรค ไวรัส และเชื้อราได้

3.เปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศบริสุทธิ์ และปราศจากกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

ข้อเสียของเครื่องฟอกอากาศ

1.ไม่สามารถทำให้ฝุ่นละอองหายไปจากบ้านได้ทั้งหมด ฉะนั้นควรทำความสะอาดบ้านควบคู่กันไปด้วย

2.เครื่องฟอกอากาศไม่สามารถช่วยให้โรคภูมิแพ้หายขาดได้ แต่ช่วยดูดจับฝุ่นละอองที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ในอากาศเพียงเท่านั้น

3.ไม่ใช่ว่าเครื่องฟอกอากาศทุกรุ่นที่จะสามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีชั้นกรอง    “แอคทิเวเต็ดคาร์บอน”

ถ้าให้พูดโดยสรุปแล้ว เครื่องฟอกอากาศ สามารถที่จะหน้าที่ในตัวมันเองได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของสุขภาพ แต่ผู้ใช้เองก็ต้องดูแลรักษา หมั่นเปลี่ยนแผ่นไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นประจำและไม่เพิกเฉย ซึ่งถ้าหากผู้ใช้งานละทิ้งการดูแลรักษา จะยิ่งเป็นการทำให้เครื่องฟอกอากาศทำงานหนัก ดูดซับสิ่งสกปรกและเชื้อโรคสะสมไว้ในตัวเองไม่น้อย ทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค การเปลี่ยนดูแลรักษาตามกำหนดอายุการใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากค่ะ

รู้ข้อดีขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆ ต้องมีเครื่องฟอกอากาศดีๆ ติดบ้านไว้สักเครื่องกันแล้วนะคะ NIG AIRCLEANER